ซ่อมกระจกรถโดนหิน

ซ่อมกระจกโดนหิน

ลบรอยกระจกรถ

ลบรอยบนกระจกรถ

ขัดไฟหนารถ

ขัดไฟหน้ารถยนต์

 
 Glass Clinics คืออะไร?                    
         'กลาสคลินิคส์' ณที่นี้เราเน้นการบำรุงรักษา ซ่อมแซมกระจกรถที่เป็รอย โดยเฉพาะ'กระจกเดิม'ที่ติดมากับตัวรถ(รักษาซีลลิ่งเดิมๆจากโรงงานไว้)
        
ท่านทราบหรือไม่ว่า..กระจกส่วนใหญ่รีไซเคิ่ลไม่ได้?
         ท่านทราบหรือไม่ว่า..กระจกกว่าจะย่อยสลาย(ทางเคมี) ใช้เวลามากกว่า1ล้านปี
         ท่านทราบหรือไม่ว่า..ทั่วประเทศไทยอาจมีการทิ้งซากกระจกหน้ามากกว่า250,000แผ่น/1ปี(ทั่วโลกเกือบ 20ล้านแผ่น/1ปี)
         ท่านทราบหรือไม่ว่า..พลังงานที่ใช้ในการผลิตกระจกหน้ารถยนต์ 1แผ่น = พลังงานทั้งหมดที่ใช้ซ่อมกระจกรถยนต์ 10,000รอย?
         ..และการที่ท่านได้รักษากระจกรถยนต์ของท่านไว้ นั่นเท่ากับว่าท่านได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม(Saving the environment)อีกทางหนึ่งด้วย
                  
        
ความเป็นจริงคือ..  กระบวนการผลิต ---> โลกร้อนขึ้น ---> แผ่นดินไหว,ซึนามิ,อุทกภัย ...(1)
                                              
Non-recyclable ---> มูลขยะล้น ---> มลภาวะเป็นพิษ ...(2)
 
                ถ้าขึ้นป้ายเปรียบมวยกันระหว่าง..ติดตั้งใหม่ VS ซ่อมใช้ต่อ
     โดยใช้หลักเกณฑ์การตัดสินจากข้อดีและข้อด้อยของแต่ละฝ่ายมาพิจารณาอย่างเป็นธรรมแล้ว(ในกรณีที่ซ่อมได้)
     ก่อนขึ้นเวที..การติดตั้งใหม่ก็เป็นรองอยู่หลายช่วงตัวไปแล้ว(ดูขวัญใจช่างภาพ..ด้านล่าง-ขวา)
 
ขอถามท่านบ้างว่า..
      
ถาม1: ถ้าท่านพบรอยจุดดำๆที่ฟันแท้ ท่านจะปล่อยให้'ฟันผุจนเน่าไปทั้งซี่' หรือรีบไป'พบทันตแพทย์'เพื่ออุดฟันก่อน?
        คุณเอ : ผุก็ให้มันผุไปซิ เดื๋ยวค่อยไปถอนเอา แล้ว'ซื้อฟันปลอม'ใส่เอาก็ได้ จะเอาแบบไหน-สีอะไรมีถมไป เดี๋ยวนื้ไม่กี่สตางค์..
        คุณบี  : เราหาหมออุดฟันก่อน ยอมจ่าย500-600ดีกว่า กลัวใส่แล้วฟันปลอมไม่สนิทแน่น ให้ความรู้สึกไม่เหมือนฟันแท้ กินอะไรก็ไม่อร่อย หงุดหงิด..!!
        แล้วท่านคิดเช่นไร.. แบบคุณเอหรือแบบคุณบี?
        เปรียบเปรย..ซ่อมกระจก = อุดฟัน
                      ..เปลี่ยนกระจก = ถอนฟัน
               ..ที่ต้องมาพูดเรื่องรากฟัน เพราะมันไปโยงกับเรื่อง'การซีล
'
        
         ถาม2
: อันที่จริง..แนวทางการซ่อมรอยกระจกหน้ารถโดนหินมีึ้นมาได้ ก็เพราะข้อด้อยของการติดตั้งเองมิใช่หรือ???
         ..ใครที่ไหนจะมาอุตริซ่อมกันวันละ 1,000คัน/1วัน(อย่างน้อย)..จาก65ประเทศทั่วโลก มานานกว่า25ปีแล้ว
          เหลือเชี่อว่า..จำนวนรถที่ซ่อมไปแล้วไม่ตำ่ำกว่า1000คัน*365วัน*25ปี = ...... คัน!!!
         แนวทางการซ่อมฯที่ชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ.1971 รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา โดยบริษัท3M(Minnesota Mining and Manufacturing Company)เปิดตัวระบบการซ่อมอย่างเป็นรูปธรรมชื่อ.."Scotch Weld" ..ซ่อมโดยวิธีการใช้'ไซริง'ฉีดเรซิ่นสังเคราะห์เข้าสู่รอยแตก หากแต่งานซ่อมสัมฤทธิ์ผลได้เพียงรอยแตกแบบตาวัว(Bullseye break)เท่านั้น เนื่องจากเป็นยุคแรกเริ่ม ซึ่งยังไม่มีการพัฒนาทางด้านเทคนิค(ไม่มีการVacuumก่อน) ทั้งเครื่องมือที่ใหญ่เทอะทะและต้นทุนที่สูงเกิน(ใช้เครื่องUltra sound vibrationsทำความสะอาดรอยแตก) จึงไม่ประความสำเร็จในธุรกิจเท่าที่ควร ต่อมาจึงปล่อยเช่าเครื่องมือให้กับริษัทประกันภัยรถยนต์และเลิกธุรกิจไปในที่สุด แต่ถือได้ว่า'3M'เป็นผู้ริเริ่มวางระบบการซ่อมฯที่ชัดเจนและเป็นต้นแบบในการพัฒนาการซ่อมจนเป็นที่ยอมรับไปทั้งUSAและทั่วโลกมากระทั่งทุกวันนี้
       ปัจจุบัน(บ้านเรา)มีผู้ให้บริการโฆษณาตามสื่อต่างๆทั่วไปเช่น สื่ออินเตอร์เนต,นิตยสารรถ ทั้งแบบมีหน้าร้านและช่างอิสระ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า..กว่า20ปีที่ระบบการซ่อมฯเข้ามาในเมืองไทย กลับมีผู้ให้ความสนใจเรื่องการซ่อมกันในวงแคบๆเท่านั้น ไม่แปลกอะไรที่มีผู้ให้บริการเลิกไปแล้วหลายราย..
      แต่ที่น่าแปลกใจ!! ..ทั้งที่คุณประโยชน์หรือข้อดีของการซ่อมมีมากกว่าข้อด้อย(หลังซ่อมเหลือตำหนิเล็กน้อย)มากนัก แต่งานซ่อมกลับถูกมองข้าม(ไม่ได้รับการส่งเสริม)จากภาครัฐและองค์กรที่เชื่อมโยงโดยตรง(บริษัทประกันภัยรถยนต์)
      สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็..เป็นไปได้ไหมครับว่า? 
     
-ผู้ให้บริการส่วนใหญ่อาจไม่มีความรู้-ความเข้าใจในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในเรื่องการซ่อมฯอย่างแท้จริง จึงทำให้'งานซ่อมไม่เกิดประสิทธิผล'หรือ
       -ท่านผู้ใช้บริการ(เจ้าของรถ)ไม่ทราบว่าการซ่อมรอยบนกระจกหน้ารถคืออะไร? ซ่อมไปเพื่ออะไร? กล่าวคือท่านไม่ได้รับข้อมูลเพื่อประกอบกาตัดสินใจในการเลือกใช้บริการ หรืออาจได้ข้อมูลมาบ้างแต่ไม่ชัดเจน ผิดเพื้ยนไปเนื่องด้วยการโฆษณาที่เกินความเป็นจริง
ผลลัพธ์คือ..ท่านมุ่งหวังผิดวัตถุประสงค์-->ผิดหวัง-->เปลี่ยนจ้า-->หนักกว่าเดิม-->เข็ดขยาด-->เลิกซ่อม-->ตลาดวาย-->ผู้ให้บริการเฉ่งปี๋
       
       ดังนั้นกระผม'ช่างแม็คซ่อมกระจกรถยนต์' ขออนุญาตเปิดเวทีเล็กๆแห่งนี้
www.glassclinics.com เพื่อชี้แจง
ข้อเท็จจริงกับหลายท่านที่ยังไม่ทราบ หากท่านที่ทราบดีแล้ว ต้องรบกวนให้ท่านข้ามไปก่อน หรือว่ามีข้อมูลตกหล่น ผิดพลาดไปบ้าง กระผมยินดีรับคำชื้แนะและต้องกราบขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยครับ
     
ข้อโต้แย้งที่เห็นบ่อยๆตามเวบบอร์ดต่าง..เรื่องกระจกเป็นรอยจากการโดนหินดีดใส่
        
"แก้วที่มันร้าวไม่นานก็คงจะแตก" (ถูกต้อง..จึงสมควรซ่อม ซ่อมให้หยุดร้าวไงครับ ถ้าไม่ได้ผล..ท่านรับเงินคืนตามสัญญา ที่ผ่านมาให้ใช้ฟรีๆ แล้วท่านเสียอะไรครับ ???
)
         "เปลี่ยนเถอะ รุ่นนื้แค่ 3,000บ.กว่าเอง" (ค่าซ่อมไม่ถึงพัน..เปลี่ยนมีค่าฟิล์ม ขอบยางอีก อาจได้ของฝากกลับมาด้วย..มีคราบกาวเลอ กิ๊ปล็อคหัก รอยครูด รอยซะ รอยงัด-->สีถลอก-->สนิม-->ผุ..ผุ-->รั่ว รถท่านราคาหลักแสน-หลักล้าน กระจกหลักพัน-หลักหมื่น แน่นอน..ท่านมีเงินเปลื่ยนแน่ๆ(ร้านเปลี่ยนถมไป เผลอๆปากชอยบ้านก็มี) แต่ประเด็นคือ..จะเปลี่ยนดีหรือ? ในเมื่อมีทางเลือกที่ดีกว่าและฉลาดกว่า )
         "มีประกันชั้น1..เคลมฟรี ไม่มีค่าเอ็คเซพท์"(ฟรีตรงไหน!! โดนเพิ่มเบี้ย+เสียประวัติดี+เสียเวลาเปิดเคลม..แล้วถ้าผ่านไปอีก2เดือน โดนอีกเป๊ะ ต้องเคลมอีกรอบ พอครั้งแรกดันใส่ดี พออีกทีเจอช่างมั่ว แล้วน้ำก็รั่วตามระเบียบเอย)
         "เปลี่ยนดีกว่า ซ่อมแล้วไม่หาย" (ใครล่ะพูดว่าซ่อมแล้วหาย??..เราซ่อมเพื่อรักษาซีลลิ่งเดิมไว้ และไม่ให้รอยมันดูน่าเกลียด เปลี่ยนก็แพงกว่า..แถมต้องวัดดวง ที่เราซ่อมน่ะ..เพื่อหนีเปลี่ยน จะได้ใช้ต่อได้ หรือท่านจะไปเสี่ยงถอดของทีซีลลิ่งดีอยู่แล้วจากโรงงาน..ออกมาสร้างปัญหาเพิ่ม 'อันที่ใส่ดีก็มีถมไป ที่ใส่ไม่ดีมีให้เห็นบ่อยๆ '...หรือว่าไม่จริง!!
         "มีDIYแค่850บ.เอง ซื้อมาลองทำได้นะ" (เห้อ..แทนที่งานจะดีกว่านี้!! ซื้อDIYแล้วทำได้ทุกคน ได้ผลทุกรอยจริงหรือ?..อเมริกาต้นตำรับมาขายงานมอเตอร์โชว์ตั้งหลายครั้งยังม้วนเสื่อ หรือจะจริงที่ว่า..ลูกค้าไม่กล้าซื้อ เพราะกลัวเอาไปทำไม่สำเร็จ พอเจอปัญหา็ก็เงอะงะ แก้ไขไม่เป็น รอยเล็กๆง่ายๆพอถูไถ พอยากขึ้นอีกนิดลิเกลาโรง  เหตุที่ซ่อมไม่ได้ผล-->กรรมวิธไม่ใช่ น้ยาไม่ถูกเบอร์ ซ้ำอุปกรณ์ก็ให้ไม่ครบ แหม!ก็ซื้อ850บ.เขาจะให้ชุดUV+สว่านมือได้เชียวหรือ? คำว่าทำได้กับำให้ดีอย่างมืออาชีพ..มันต่างกันนะท่าน!!)
         "แปะเทปใสมา3ปีแล้วยังไม่แตกเพิ่มเลย.แหะ แหะ" (ที่หินดีดตอนเช้าพอตากแดด ถึงบ่ายแตกเป็นคืบล่ะ!! ..ที่บางรอยไม่ขยายเพิ่มออกไป ก็บังเอิญเป็นรอยที่มีลักษณะการแตกที่ไม่ส่งผลให้ร้าวเพิ่มได้นั่นเอง)
         "ซ่อมเองก็ได้ แค่กาวช้างหยอด กระดาษทรายขัดๆ" (ดีจัง..ที่ไปช่วยซ้ำให้หนักกว่าเดิม ถ้ากาวช้างหลอด25บ.ช่วยหยุดร้าวได้..งั้นฝรั่งก็พิลึก!! มานั่งทำห้องแล็บ -->ขายน้ำยาให้มันแกวที่ไหนกว่า30ปี เซราะกราว)  


รูป1..กองขยะกระจกหน้ารถยนต์

 
แท้จริงแล้วการซ่อมรอยแตกบนกระจกรถนั้น..คืออะไร?
          กระจกหน้ารถที่เป็นรอยแตกนั้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากของแข็งที่มีขนาดเล็กบนท้องถนนเช่น ก้อนกรวดหรือสะเก็ดหิน..ดีดมากระแทกทำให้โครงสร้างของลามิเนทแผ่นด้านนอกตัวรถเกิการร้าวขึ้น(รอยจุดขาวๆ,รอยบิ่น,รอยกระเทาะเล็กๆซ่อมไม่ได้ครับ) ซึ่งรอยแตกร้าวลักษณะดังภาพตัวอย่างผลงานด้านล่างมีโอกาศขยายเพิ่มได้ในอนาคต ช้า-เร็วไม่ทราบได้..ขึ้นกับ 1)ตำแหน่ง 2)ลักษณะการแตก 3)สภาพแวดล้อม(อุณหภูมิ แรงกดทับ) เมื่อไม่มีการรักษาหรือป้องกันไว้ก่อน(..กระบวนการซ่อม) ในที่สุดก็ร้าวยาวมากขึ้นๆ
          ..พอมาถึงวาระที่ต้องเปลี่ยน-ติดตั้งใหม่
การเปลี่ยน = การสร้างโอกาสให้พบปัญหาภายหลังการติดตั้ง..น้ำรั่ว,ลมเข้า,ขอบยางไม่เข้ารูป ฯลฯ
          จะมีประโยชน์แค่ไหน?
...หากมี'วิธีการซ่อม' ซึ่งเป็นการแก้ไขทางเทคนิค  เพื่อป้องกันไว้ก่อน จะได้ไม่เกิดปัญหาบานปลาย

          ..วิธีที่ว่าคือการซ่อมฯโดย'กระบวนการฉีด'ด้วยเรซิ่นสังเคราะห์(Acrylic resin)ในสถานะ'ของเหลว'เข้าสู่ด้านในรอยแตก จากนั้นจึงCuring ด้วยuvAเพื่อไปกระตุ้นเรซิ่นฯให้เปลี่ยนสถานะจาก..ของเหลว(l)-->เป็นของแข็ง(s) หากเรซิ่นฯที่ผ่านการCuringโดยสมบูรณ์แล้วจะทำหน้าที่เสมือนกาวที่มีความยืดหยุ่น ซื่งสามารถยึดเกาะพื้นที่ผิวรอยร้าวได้อย่างมั่นคง(Mechanical Strength is + or - 7 % of new glass) กล่าวคือ..สามารถซ่อมรอยหินดีดใส่กระจกรถให้หยุดร้าวได้100%ทีเดียว

           การซ่อมโดยวิธีฉีดด้วยเรซิ่นนั้น ส่งผลดีตามมาคือหยุดร้าวเพิ่ม(1) และรอยที่ซ่อมเสร็จแล้วยังแลดูใสขึ้น(2)อย่างเห็นได้ชัด..เนื่องด้วยแสงที่ลอดผ่าน'กระจกไปยังเรซิ่น'คล้ายกับว่าแสงได้ลอดผ่านตัวกลางชนิดเดียวกัน หรืออธิบายได้ว่า'ค่าดัชนีหักเห'ของกระจกลามิเนตกับเรซิ่นมีค่าเทียบเคียงกันนั่นเอง

           ปัจจัยสำคัญในการซ่อมกระจกรถคือ'เรซิ่น' ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจาUSA ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพน้ำยาเคมีมาอย่างต่อเนื่องทั้งทางด้าน..

           1.แรงยึดเกาะกับวัตถุ(Adhesive strength)..เกิดปฏิกริยาทางเคมีที่พัฒนาแรงยึดติดระหว่างกันขึ้น โดยที่มีโมเกุลจำนวนมากๆของเรซิ่นไปเกาะเกี่ยวพันกัน(molecule link)กับกระจกลามิเนต......เรซิ่น<-->กระจก

           2.แรงยึดหนี่ยวภายใน(Cohesive strength)..คือแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของเรซิ่น ซึ่งต้านานการยืดตัวอันเกิดจากแรงภายนอกมากระทำ โดยที่เรซิ่นไม่ฉีกขาดออกจากกัน.....เรซิ่น<-->เรซิ่น

           3.ค่าดัชนีหักเห(Refractive index)..

          ..โดยเฉลี่ยแล้วเรซิ่นฯที่ได้มาตรฐานจะมีอายุการใช้งาน..5-8ปี(..Stone chip repair)

         

          ท่านที่เคารพ..การซ่อมรอยบนกระจกรถนั้นเป็นทางเลือกที่ดี แต่ใช่ว่าจะซ่อมได้ทุกรอยหรือแก้ไขได้ทุกเรื่องไป ต้องดูความเหมาะสมว่าอะไรซ่อมแล้วดี-ไม่ดี อะไรควร-ไม่ควร กนี้ไปเรามาร่วมกันใคร่ครวญถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระจกรถของท่าน และหยิบยกแนวทางการแก้ไขที่มีอยู่แล้วมาใช้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุดต่อรถของท่านเอง

'ขวัญใจช่างภาพ- เธอชนะใจสื่อมวลชนได้ ก็ด้วยรักษาความงาม 6ประการคือ..
             1.ฝรั่งเซด'Keeping the factory seal on an original windshield improves overall vehicle safety' ..รักษาซีลเดิมจากโรงงานไว้ปลอดภัยกว่า

             2.รักษามูลค่ารถ..ขายต่อราคาไม่ตก(ผู้ซื้อรถอ้าง..เปลี่ยนกระจกมา=รถชนหนัก,พลิกคว่ำ) 
             3.รักษามลภาวะ ..กระจกคือขยะก้อนโต ยากที่จะกำจัด(กระจกลามิเนตยังรีไซเคิ่ลไม่ได้)
             4.รักษาเวลา ..ไม่ต้องเสี่ยงจอดรถทิ้งไว้ ไม่ต้องนั่งดมกลิ่นกาว(1ชม.เสร็จ..เสด็จกลับได้)
             5.ประหยัดกว่า ..จ่ายเงินหลักร้อยเพื่อรักษาเงินหลักพัน-หลักหมื่นไว้(รักษาฟิล์มเดิมด้วย)
             6.รักษาสิทธิการประกันภัย ..ได้รับส่วนลด20%ของเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ(Renival year)
               
ทำไมต้อง..Glass Clinics? 
              *ด้วยประสบการที่ช่ำชอง..ผ่านงานมากกว่า8,000รอย(Full time พ.ศ.2547)
              *ด้วยเครื่องมือและน้ำยาเคมี..เลือกนำเข้าจากบริษัทที่ได้มาตรฐานสูงสุดของUSA
              *ด้วยเทคนิคและวิธีการ..ที่ได้รับการปรับ-แก้ไขครั้งล่าสุด จึงนำมาปฏิบัติอย่างถูกวิธี
              *ด้วยเป็นผู้ให้บริการรายเดียวในเมืองไทย..ที่ซ่อมรอยแตกชนขอบยาวถึง45cmอย่างได้ผล
              *จ้าวแรก&จ้าวเดียวที่สามารถลบบนกระจกรถเกือบทุกชนิดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 
        
       'งานบริการซ่อมกระจกรถ'นั้น จริงๆแล้วไม่ได้แข่งขันกันที่ราคาค่าบริการ..แข่งขันกันที่'ใครได้ให้ในสิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้า'ต่างหาก
        ที่ผ่านมา 9ปีเต็ม..กระผมช่างแม็คลงมือซ่อมรถของท่านเสมือนหนึ่งว่าเป็นรถของผมเอง ด้วยกล้าทำ-กล้ารับผิดชอบงาน จึงยืนหยัดอยู่ในอาชีพนี้ได้อย่างขาวสะอาด(ทำอาชีพเดียว) อีกพยายามศึกษาหาแนวทางการซ่อมที่ถูกต้อง ทั้งค้นคว้าหาเทคนิคใหม่ๆ ยังนำเข้าอุปกรณ์ เครื่องมือและน้ำยาเคมีที่ประสิทธิภาพสูงจากบริษัทที่มีห้องทดลองทางเคมีโดยตรง ก็เพื่อต้องการให้งานพัฒนาไปข้างหน้า..แค่หวังว่าผลงานจะออกมาดีที่สุด
          และผลงานที่ประจักษ์สู่สายตาท่านนั้น ก็ได้พิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงเสมอมา ไม่แปลกอะไรเลยที่'กระผมช่างแม็ค'จะได้รับความเชื่อถือ ไว้วางใจจากท่านที่เคยใช้บริการ หลายท่านพึงพอใจ หลายท่านกล้าบอกต่อ แนะนำไปโดยไม่ขัดเขิน และยินดีกลับมาใช้บริการอีกเมื่อพบกับปัญหา     
          
เราGLASS CLINICS คาดหวังว่า..ท่านจะตอบรับกับบริการซ่อมกระจกรถยนต์ดีๆที่เราตั้งใจมอบให้
 
สนใจบริการซ่อมกระจกรถยนต์